สรุป
- แป้งมันหมักเปรี้ยวแบบดั้งเดิมอาศัยการหมักตามธรรมชาติและการตากแดด ซึ่งให้การขึ้นฟูสูงแต่ควบคุมให้สม่ำเสมอได้ยาก
- งานวิจัยทดสอบการใช้เอนไซม์ แอลฟา-อะไมเลส 6 หน่วย/กรัมแป้ง ร่วมกับ แคลเซียมแลคเตต 0, 3, 6 และ 9 มิลลิกรัม/กรัมแป้ง
- สูตรที่ดีที่สุดคือ แอลฟา-อะไมเลส 6 หน่วย/กรัม ร่วมกับแคลเซียมแลคเตต 6 มิลลิกรัม/กรัม ให้ปริมาตรจำเพาะของขนมปังสูงสุดในกลุ่มที่ทดสอบ
- สูตรดังกล่าวมีปริมาณอะมิโลสปรากฏ 8.61% แรงบิดช่วงเกิดเจล 2.01 นิวตันเมตร และแนวโน้มการคืนตัวของแป้ง 1.48 นิวตันเมตร
- ค่าดัชนีน้ำตาลโดยประมาณของขนมปังอยู่ที่ 50.9
ปัญหาของแป้งหมักเปรี้ยวแบบดั้งเดิม
แป้งมันสำปะหลังหมักเปรี้ยวเป็นวัตถุดิบที่ใช้ทำขนมอบหลายชนิดในลาตินอเมริกา จุดเด่นคือทำให้ผลิตภัณฑ์ขึ้นฟูได้มากโดยไม่ต้องใช้ยีสต์หรือกลูเตน
กระบวนการผลิตดั้งเดิมคือปล่อยให้แป้งหมักเองตามธรรมชาติ แล้วนำไปตากแดด ทั้งสองขั้นตอนทำให้โครงสร้างโมเลกุลของแป้งเปลี่ยนไปจนเกิดสมบัติการขึ้นฟู
ปัญหาคือกระบวนการนี้ขึ้นกับสภาพอากาศและจุลินทรีย์ในท้องถิ่น จึงทำให้คุณภาพของแป้งแต่ละรอบการผลิตไม่สม่ำเสมอและกำหนดมาตรฐานได้ยาก
วิธีที่งานวิจัยนี้ทดสอบ
คณะผู้วิจัยจากเอกวาดอร์และอาร์เจนตินาทดลองสร้างสมบัติเดียวกันด้วยเส้นทางที่ควบคุมได้ โดยใช้เอนไซม์แทนการหมัก
เงื่อนไขที่ใช้คือแอลฟา-อะไมเลส 6 หน่วยต่อกรัมแป้ง ร่วมกับแคลเซียมแลคเตตที่ระดับต่างกันสี่ระดับ แล้ววัดสมบัติเชิงโครงสร้าง เชิงการไหล เชิงหน้าที่ และเชิงโภชนาการ
ผลการวิเคราะห์ระบุว่าเอนไซม์ทำปฏิกิริยากับบริเวณที่มีความเป็นระเบียบน้อยของเม็ดแป้งเป็นหลัก ทำให้การจัดเรียงโมเลกุลระยะสั้นเปลี่ยนไป
ตัวเลขของสูตรที่ดีที่สุด
| ตัวชี้วัด | สูตรแอลฟา-อะไมเลส 6 หน่วย/ก. + แคลเซียมแลคเตต 6 มก./ก. |
|---|---|
| อะมิโลสปรากฏ | 8.61 ± 0.03 % |
| แรงบิดช่วงเกิดเจล | 2.01 ± 0.07 นิวตันเมตร |
| แนวโน้มการคืนตัวของแป้ง | 1.48 ± 0.1 นิวตันเมตร |
| ปริมาตรจำเพาะของขนมปัง | สูงสุดในกลุ่มที่ทดสอบ |
| ดัชนีน้ำตาลโดยประมาณ | 50.9 |
ที่มา: Abad-Quevedo และคณะ, Foods ปีที่ 15 ฉบับที่ 17 (2569)
อะมิโลสปรากฏที่ต่ำลงและแนวโน้มการคืนตัวที่ลดลงเป็นสมบัติที่เกี่ยวข้องกับเนื้อสัมผัสของขนมปังหลังอบ ส่วนแรงบิดช่วงเกิดเจลที่สูงขึ้นสะท้อนพฤติกรรมของแป้งระหว่างให้ความร้อน
ผู้วิจัยสรุปว่าการดัดแปรด้วยเอนไซม์แบบนี้เป็นทางเลือกที่ทำซ้ำได้สำหรับการผลิตขนมปังปราศจากกลูเตนคุณภาพสูง
เหตุใดจึงน่าสนใจสำหรับผู้ใช้แป้งมัน
แป้งมันสำปะหลังธรรมชาติเป็นวัตถุดิบตั้งต้นของงานวิจัยนี้ ผลที่ได้จึงเป็นข้อมูลว่าจะปรับสมบัติของแป้งให้ตรงกับการใช้งานเฉพาะทางได้อย่างไร
สำหรับผู้พัฒนาผลิตภัณฑ์ปราศจากกลูเตน ประเด็นสำคัญคือการควบคุมความสม่ำเสมอ เพราะกระบวนการที่ใช้เอนไซม์ระบุปริมาณและเงื่อนไขได้ชัดเจนกว่าการหมักตามธรรมชาติ
ค่าดัชนีน้ำตาลโดยประมาณที่ 50.9 เป็นตัวเลขที่รายงานไว้สำหรับขนมปังในการทดลองนี้ ไม่ใช่ค่าที่ใช้อ้างอิงกับผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์ทั่วไป
งานวิจัยนี้ทดลองในระดับห้องปฏิบัติการ การนำไปใช้ในระดับอุตสาหกรรมยังต้องผ่านการทดสอบเพิ่มเติมตามเงื่อนไขการผลิตจริง
คุณภาพของแป้งตั้งต้นสำคัญเสมอ
สมบัติของแป้งดัดแปรขึ้นอยู่กับแป้งธรรมชาติที่ใช้เป็นวัตถุดิบตั้งต้น ทั้งความสม่ำเสมอของค่าความหนืด ความชื้น และความบริสุทธิ์
ผู้ที่ต้องการดูสเปกแป้งมันสำปะหลังธรรมชาติและช่วงค่าที่ควบคุม สามารถดูได้ที่หน้า ผลิตภัณฑ์
ข้อมูลงานวิจัยในบทความนี้ตรวจสอบผ่านฐานข้อมูล PubMed
ที่มา / Sources:
- Abad-Quevedo V., Correa M.J., Cornejo F., Maldonado-Alvarado P. “Alpha-Amylase-Modified Cassava Starch in the Presence of Calcium Lactate as a Sour Starch Substitute for Gluten-Free Breadmaking.” Foods ปีที่ 15 ฉบับที่ 17, 27 ส.ค. 2569 (ตรวจสอบผ่าน PubMed, PMID 42737256) - https://doi.org/10.3390/foods15173013
- PubMed, ฐานข้อมูลบรรณานุกรมทางชีวการแพทย์ - https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/42737256/
